8 users responded in this post

Subscribe to this post comment rss or trackback url
User Gravatar
sayreya said in February 22nd, 2009 at 2:39 น.

ตอนนี้ก็มีปัญหากับริ้น(ไม่รู้เรียกถูกไหมนะคะ) ที่บ้าน เหมือนกันค่ะ ตอนย้ายมาบ้านนี้ใหม่ๆ ตอนแรกที่ห้องไม่มีเลย แต่เพื่อนๆโดนกัดกันทุกคน จนเพื่อนเอาอาร์ทไฟฟ้ามาติด เท่าั้นั้นแหละ มันหนีตายจากห้องเพื่อนมาห้องว่านทันที ทีนี้เลยจำใจขอฆ่าสัตว์หน่อย ไม่ไหวจริงๆคะ ว่านไม่ถือกับถือศีล5เคร่งอะไร แต่ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ฆ่าเหมือนกัน แต่กรณีพี่บอยนี่น่าสงสารมากมาย ไม่รู้ว่าถ้าหาชอล์กกันมดมาขีดกันที่มดไว้ แล้วมันเดินมากินเอง เราจะถือว่าฆ่ามันไหมนะ

User Gravatar
joy said in February 24th, 2009 at 13:56 น.

เดี๋ยวค่อยมาตอบนะ เพราะว่าจะตอบยาว ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์
จะตอบวิธีการจัดการกับปลวกด้วยโดยที่ไม่ผิดศีล และอีกหลายเรื่อง

User Gravatar
joy said in March 1st, 2009 at 23:32 น.

ศีลอยู่ที่เจตนา ในเรื่องการฆ่ามดนั้น ยกตัวอย่างเช่นมีมดเกาะอยู่ที่จาน อ่างล้างจาน
เราต้องการล้างจาน เราก็ล้างจานไป ส่วนมดจะตายก็ไม่ต้องสนใจ
เพราะเจตนาของเราคือล้างจาน ศีลไม่ขาด ไม่งั้นก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี
ดังนั้นหากคันแล้วเกา มดตายติดเล็บ อย่างนี้ศีลไม่ขาด เพราะไม่มีเจตนาฆ่า
ควรรักษาจิตของเราให้ผ่องใส

ต่อไปเป็นวิธีการจัดการกับปลวก
ง่ายมาก เราก็โทรหาบริษัทรับกำจัดปลวก แล้วพูดว่า
“มีปลวกที่บ้าน มันสร้างความรำคาญมากเลย ขอให้เอามันออกไปที”
เน้นตรงที่พูดว่า “ออกเอาไปที” อย่าพูดว่า”กำจัด”
เจตนาของเราคือต้องการให้ปลวกนั้นออกไปจากบ้านเราเท่านั้น เราไม่มีเจตนาที่จะฆ่า
ส่วนวิธีการที่เค้าใช้นั้นจะเป็นอย่างไรมันก็เป็นเรื่องของเขา
หากเขากลัวบาปเขาจะจับมาทีละตัวไปปล่อยก็ได้ คนเหล่านี้ทำบาปเป็นอาชีพอยู่แล้ว
เขามีเวรกรรมมาที่จะต้องมาทำอาชีพเหล่านี้ ลองไปพูดเรื่องบุญบาปซิ เค้าไม่เชื่อหรอก

หากเราพูดว่า “กำจัด”อย่างนี้จะเป็นการสั่งฆ่า เราจะมีส่วนร่วมในบาปนั้น
การสั่งฆ่านั้นโทษพอๆ กับการลงมือฆ่าด้วยตนเอง หากสงสัยกรูณาอ่านเรื่องพระเตมีย์
แต่..แต่..แต่..เราจะไปพลาดทำปาณาติบาต ตอนไหน? ลองคิดดู?
ตอนที่เราไปกินข้าวตามร้านที่มีสัตว์เป็นอยู่ในตู้ให้เห็น
เช่นจะกินปูผัดผงกระหรี่งี้..เรานั้นก็ไปชี้เอาเลยว่า จะเอาตัวนั้นตัวนี้(ตัวที่ใหญ่ๆ)
อย่างนี้ก็ถือเป็นการสั่งฆ่าเช่นกัน เพราะเป็นชี้เฉพาะเจาะจงว่า จะฆ่าตัวนั้นตัวนี้

เดี๋ยวนี้จำพวกหอยแครง หอยแมลงภู่ กินได้ไม่บ่อยแล้ว ก็ต้องเลือกซื้อที่ตายแล้วเท่านั้น

การที่เราอยู่ในสังคมอย่างนี้ ย่อมอาจจะมีการให้เหล้าเป็นของขวัญเพื่อเอาใจใครบางคน
กรณีอย่างนี้เราก็ทำเจตนาว่า จะให้เหล้าเป็น”ยา”นะครับ แล้วค่อยยื่นให้ไป
เขาอาจจะงงๆ นิดหน่อย ก็ไม่เป็นไร
เหล้านั้นสามารถกินเป็นยาได้ แต่รู้สึกว่าจะไม่เกินหนึ่งองคุลีมั้ง..ไม่แน่ใจ?
แต่เจตนาของเราคือจะให้เป็นยา

หรือหากใครใช้ให้ไปซื้อเหล้าให้ หรืออาชีพบาร์เทนเดอร์ เราก็ทำเจตนาว่าเราจะให้การบริการ
ศีลเราไม่ขาด ยกตัวในเรื่องที่หญิงที่เป็นพระโสดาบัน ตระเตรียมอุปกรณ์ในการล่าสัตว์
ให้สามี ในกรณีนี้เจตนาของนางนั้นคือการรับใช้สามี

พวกที่เอาสัตว์ไปทำหมัน นี่ก็ต้องโดนด้วยเหมือนกัน มีพระท่านเล่าให้ฟังว่าสมัยหนุ่มๆ
นั้น ท่านได้สอนวิธีตอนไก่ไป กรรมตามทันตอนแก่ทำให้เป็นไส้เลื่อน
นึกถึงพวกที่เป็นสัตวแแพทย์ T_T (ใครที่เลี้ยงสัตว์ อันนี้ต้องระวัง)

ต่อไปเป็นศีลข้อมุสา ในบางครั้งเราอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากใจที่ทำให้ต้องโกหก
ยกตัวอย่าง เช่นในสถานการณ์ที่เพื่อนจะให้ช่วยโกหกให้
เช่นมีเจ้าหนี้มาทวงหนี้เพื่อน แล้วเพื่อนต้องการจะหนีเจ้าหนี้ โดยที่ฝากให้เราช่วยโกหก
ว่า “หากเจ้าหนี้มาถามหา ให้บอกว่าไม่อยู่” ในสถานการณ์เช่นนี้เราควรจะทำอย่างไร?
ในสถานการณ์อย่างนี้เราก็บอกเพื่อนไปเลยว่าจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องบอกให้เรารู้
หากเจ้าหนี้มาถามหาเค้า เราก็บอกไปตามตรงเลยว่าไม่ทราบจริงๆ ว่าไปไหน
อีกเรื่องหนึ่งกรณีที่มีคนโทรศัพท์มาถามหาเพื่อน แล้วเพื่อนไม่อยากรับโทรศัพท์สายนั้น
ให้ช่วยโกหกให้ว่าไม่อยู่ กรณีอย่างนี้ จะทำอย่างไร?
ในกรณีอย่างนี้เราก็หันหน้าไปอีกทางหนึ่ง ในทิศที่ไม่เห็นเพื่อนคนนั้นในสายตา
แล้วพูดว่า ที่เห็นตรงหน้านี้ไม่เห็นคุณคนนี้อยู่อย่างนี้เป็นต้น
ซึ่งมาพิจารณาดู คำพูดนี้หาได้เป็นการโกหกแต่อย่างใดไม่ เพราะว่า
ที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ก็ไม่มีคุณคนนั้นอยู่จริงๆ
เทคนิคเหล่านี้มีปรากฏในพระไตรฯ พยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ ต่อไปจะชำนาญขึ้นเอง
เป็นเทคนิคที่ทำให้คนอื่นคิดไปเอง หรือเข้าใจไปในทางที่เราต้องการโดยที่เรานั้น
ไม่ได้โกหก หรือเราจะย้อนถามเป็นประโยคคำถาม แล้วให้เค้านั้นคิดไปเองก็ได้

บางคนทำบาปเป็นอาชีพ อาชีพใดเล่าที่ภายนอกดูมีเกียรติเป็นที่นับน่าถือตาของผู้คนในสังคม
แต่ว่าหากเค้าตายไปแล้วจะต้องมีนรกเป็นที่ไปอย่างแน่นอน
อย่างเช่นอาชีพ ผู้พิพากษา ทหาร ทนายความ ตำรวจงี้
โดยเฉพาะผู้พิพากษางี้ ต้องสั่งฆ่า สั่งจำคุกเป็นอาชีพ ท่านนั้นทำบาปทุกวัน ทำบาปเป็นอาชีพ
ดูหนังเปาบุ้นจิ้นไปก็คิดสงสารท่านเปาอย่างมาก
พวกเค้านั้นเป็นผู้มีเวรกรรมที่จะต้องการทำอาชีพเหล่านี้

แต่ที่อ่านพระไตรปิฏก แล้วถึงขั้นมือสั่นเลย คือเรื่องที่จับแมลงวันมาเสียบหลาวเล่น
ทำกรรมอย่างใดได้รับผลอย่างนั้นและเวลาโดนก็แทบจะเหมือนกันเลยทีเดียว
การฆ่าสัตว์นั้น พึงสังวรว่า ฆ่าไป 1 ตัว ต้องไปเกิดและใช้กรรม ตัวละ 500 ชาติ
อ่านเจอในพระไตรฯ เขียนเอาไว้เลยว่า 500 ชาติ
รู้อย่างนี้แล้ว บรรดาเจ้าสัวเจริญ เบียร์ช้าง เจ้าสัวซีพี(วันๆ หนึ่งต้องฆ่าไก่ไปเท่าไหร่)
ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่น่าสงสารมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ท่านนั้นทำบาปเป็นอาชีพ
หลังความตายนั้นสิ่งที่ท่านจะไปพบเจอนั้น จะน่ากลัวเช่นไรหนอ?

อาชีพต้องห้าม อย่างค้าอาวุธ(ขายปืน ขายอุปกรณ์ตกปลา)ค้ายาพิษ
เลี้ยงสัตว์เพื่อขายเพื่อฆ่า(ขายปลาสวยงาม เพาะพันธุ์สุนัขขาย)
ขายเหล้า ค้ามนุษย์ ล้วนแต่นำไปสู่อบายทั้งสิ้น

มีเรื่องเล่าให้ฟังค่ะ มีคนเล่าให้ฟังว่าที่บ้านเค้านั้นมีรังผึ้งอยู่แล้วเค้าก็ต้องการย้ายรังผึ้ง
เค้าใช้วิธีการแผ่เมตตาค่ะ
“ขอให้ผึ้งจงมีแต่ความสุข อย่าได้ทำอันตรายใดๆ เลย”
อย่างงี้แล้วเค้าก็จับย้ายด้วยมือเปล่า ผึ้งก็ไม่ได้กัดเค้า ทั้งๆ ที่ผึ้งก็กัดคนอื่น
แต่ทั้งนี้เค้าเองก็มีศีลด้วย ส่วนตัวนั้นยังไม่ได้ลองค่ะ ไว้จะหาโอกาสลองนะค่ะ ^_^

คุณบอยไม่ลองรักษาศีลอุโบสถดูบ้างหรือค่ะ?? เป็นหนทางหนึ่งในการโกยบุญดีค่ะ
หากพลาดศีลอุโบสถไปวันหนึ่งแล้วเท่ากับว่าพลาดโอกาสได้บุญอย่างมาก
แต่หากผิดศีลอุโบสถแล้วก็จะมีโทษเช่นกัน คือจะต้องไปเป็นเวมานิกเปรต
(เปรตนอนวิมาน คือกลางวันต้องไปทำงานในนรกกลางคืนก็มาเสวยสุขในวิมาน
เช่นพวกนายนิรยบาล)

ตอบช้าไปหน่อยคงไม่ว่าอะไรนะค่ะ
ขอให้เจริญในธรรมค่ะ

User Gravatar
MacroArt said in March 6th, 2009 at 23:51 น.

เคยถือศีล 8 ดูแล้วครับ แต่ทำไม่สำเร็จเพราะสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย (เป็นคนทำงานตอนกลางคืน ตื่นตอนบ่าย)

User Gravatar
joy said in March 17th, 2009 at 12:59 น.

สงสัยค่ะ ที่บ้านคุณบอยไม่ได้ติดมุ้งลวดหรือค่ะ ถึงได้มียุง แมงเม่า ด้วย

User Gravatar
กล้วยไม้ยามเช้า said in April 6th, 2009 at 11:46 น.

ถือศีล 5 นะ
เราโดนกัดตอนนอนอยู่ ร้อนด้วย
ก้อทน และก้อลุกขึ้นไปที่ๆมีแสงไฟ แล้วก็เอามันออก รู้สึกภูมิใจนะ ตอนนั้น

แต่ตอนหลังเคยมีแมลงอะไรสักอย่างมาอยู่ที่หางตา รู้สึกยุกยิกๆก็เลยปัดมันไปเลย รู้สึกว่่ามัน death เฮ้อ~

อยากรักษาศีลให้ได้สมบูรณ์เหมือนกัน แต่รู้ตัวว่าต้องฝึกสติเพิ่มถึงจะทำได้อย่างงั้น

เป็นกำลังใจให้เนอะ เราก็อยากทำได้เหมือนกัน

User Gravatar
กล้วยไม้ยามเช้า said in April 6th, 2009 at 18:09 น.

กรณีปัดแมลงของเราคงจะไม่ผิดก็ได้

ข้างล่างก๊อปมาจาก http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=10744&PHPSESSID=6c548e7c2b540d344f91196d5fbcc0ad โพสต์โดยคุณ ใบไม้นอกกำมือ เมื่อ 24 ธ.ค. 2551

“ในครั้งพุทธกาลเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับศีลธรรม หรือพระวินัย แล้วมีผู้ไปถามพระพุทธเจ้า

เช่น มีภิกษุไปตัดไม้ ไม้ตกลงมาโดนเพื่อนภิกษุตาย หรือ มีภิกษุใช้มือปัดโดนมดตาย

พระผู้มีพระภาคเจ้าจะสอบสวนเขาโดยถามคำถามเดียว คือ ตอนที่ท่านทำสิงนั้นลง

ไป ในใจของท่านมีเจตนาเช่นไร

ถ้าเขาตอบว่า คันที่แขน เลยเอามือไปเกาและปัด

พระผู้มีพระภาคเจ้าตอบว่า ท่านไม่ได้มีเจตนาฆ่ามด จะถือว่าทำบาปกรรมได้ยังไง”

สู้ต่อไปบนเส้นทางแห่งศีลนะ

User Gravatar
tum said in October 13th, 2009 at 9:17 น.

ผมเองมองว่า คนเราถ้าตั้งใจที่จะถือศีล5 แค่ความตั้งใจถึงจะยังไม่ได้กระทำก็เกิดกุศลแล้ว ส่วนเรื่องยุงและมดก็น่าจะเกี่ยวกับเจตนาของเราเอง ซึ่งผมมองว่าเรื่องของเจตนาเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งที่ได้เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

Leave A Reply

 Username (Required)

 Email Address (Remains Private)

 Website (Optional)